ฐานข้อมูลช่างสิบหมู่  
ช่างสิบหมู่
icon_home.gif หน้าแรกShow/Hide content
tree-T.gif สถาบันไทยศึกษา
tree-L.gif ช่างสิบหมู่

favoritos.gif ความเป็นมาช่างสิบหมู่
som_themes.gif ช่างแกะ
som_themes.gif ช่างปั้น
som_themes.gif ช่างหุ่น
metalbeating.gif ช่างบุShow/Hide content
tree-T.gif เกี่ยวกับ "ช่างบุ"
tree-T.gif เอกสารชั้นต้น
tree-T.gif หนังสือ
tree-T.gif บทความในหนังสือ
tree-T.gif บทความในวารสาร
tree-T.gif หนังสือพิมพ์
tree-T.gif จุลสาร
tree-T.gif งานวิจัย
tree-T.gif วิทยานิพนธ์
tree-T.gif แถบวิดิทัศน์
tree-T.gif เว็บไซต์
tree-L.gif ภาพถ่าย

icon_members.gif เข้าระบบShow/Hide content
petitrond.gif ผู้ดูแลระบบ
petitrond.gif สมาชิก
สถิติฐานข้อมูลช่างสิบหมู่
ฐานข้อมูลช่างสิบหมู่: ช่างบุ





ฐานข้อมูลช่างสิบหมู่ เรื่อง ช่างบุ ประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้

ความหมายคำว่า บุ
บุ หมายถึง การตี การแผ่ คลี่ ตีให้แบนออก การตีให้บางและขึ้นให้เป็นรูป ซึ่งได้แก่ การตีโลหะแล้วขึ้นรูปตามที่ต้องการ เช่น ขันบุ บาตรบุ เมื่อตีบุแผ่ออกเป็นรูปภาชนะอย่างขันแล้วมีการลงหินขัด จึงเรียกว่า ขันลงหิน หรือ ทองลงหิน และอีกอย่างหนึ่งคือ การเอาแผ่นโลหะไม่ว่าจะเป็นทอง เงิน ดีบุก มาตีแผ่ออกเป็นแผ่นบางแล้วนำไปหุ้มกดทับพระพุทธรูป หรืองานสถาปัตยกรรม รวมไปถึงเครื่องราชูปโภค เป็นต้น

ความหมายคำว่า ช่างบุ
ช่างบุ คือ ช่างฝีมือประเภทหนึ่งในช่างสิบหมู่ที่ทำการบุหรือตีโลหะให้แผ่ออกเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำไปหุ้มคลุมปิดเข้ากับหุ่นที่ทำขึ้นด้วยไม้ ปูน โลหะ หิน เพื่อปิดประดับทำเป็นผิวภายนอกของหุ่นให้เกิดความงามและความคงทน

วัสดุที่ใช้ในงานบุ
วัสดุที่เหมาะสำหรับงานบุ ได้แก่  ทองคำ ทองแดง ดีบุก เงิน และทองเหลือง

เครื่องมือและอุปกรณ์ในงานบุ
เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานบุ ได้แก่ ค้อนเหล็กสำหรับตีแผ่โลหะ ค้อนไม้ ค้อนเขาควาย ทั่งเหล็ก กะล่อนหรือกระล่อน (คล้ายทั่ง แต่หน้าเล็กและมน) เติ่งไม้ (ทำด้วยไม้ท่อน หน้าเว้าตื้น ๆ) กรรไกร ตะไบ สว่านโยน ไม้เนียน (ทำด้วยเขาควาย) แม่พิมพ์ (ทำด้วยหินหรือไม้) ถุงทราย ชันเคี่ยว สิ่วสลักหน้า ต่าง ๆ หมุด (ทำด้วยโลหะผสม) ชันแก้ว

การปฏิบัติงานบุ
การปฏิบัติงานบุโลหะ แบ่งออกเป็นงานบุโลหะ 2 ลัษณะคือ การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเรียบ และการบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเป็นลวดลาย
การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเรียบ หมายถึง การนำเอาโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งมาตีแผ่ออกให้เนแผ่นแบนบาง ๆ ตามขนาดที่ต้องการ นำเข้าปิดบุทับบนหุ่นที่ต้องการบุทำผิวให้เป็นโลหะชนิดนั้น มักบุบนหุ่นที่เป็นสิ่งก่อสร้างประเภทก่ออิฐถือปูน สร้างเป็นปูชนียสถานต่าง ๆ เช่น พระพุทธปรางค์ พระสถูปเจดีย์ เป็นต้น งานบุโลหะที่นิยมลงรักและปิดทองคำเปลวทับลงบนแผ่นโลหะที่บุทับลงนั้น โบราณเรียกว่า “บุทองสุวรรณจังโก” หรือ “บุทองปะทาสี” หรือ “ทองสักโก” นอกจากนี้การบุโลหะอย่างผิวเรียบที่ตีเคาะแผ่นโลหะเรียบขึ้นเป็นรูปองค์พระปฏิมา เป็นรูปทรงในลักษณะประติมากรรม สำหรับบุหุ้มหุ่นที่ทำจากรูปหล่อโลหะสัมฤทธิ์หรือไม้สลัก ภาษาช่างบุเรียกว่า “หุ้มแผลง”
การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเป็นลวดลาย หมายถึง การทำแผ่นโลหะผิวเรียบที่มีเนื้ออ่อนอย่างทองคำ ให้เกิดเป็นลวดลายนูนขึ้นบนผิวหน้าแผ่นโลหะนั้น ก่อนนำไปบุทับลงบนหุ่นที่ทำขึ้นด้วยไม้ ส่วนมากเป็นชิ้นงานในลักษณะราบ การติดแผ่นโลหะเข้ากับหุ่นใช้หมุดตะปูเข็มทำด้วยทองเหลือง

ตัวอย่างผลงานของช่างบุ
ตัวอย่างผลงานของช่างบุ ได้แก่
- งานบุประเภทสถาปัตยกรรม เช่น บุพระสถูปเจดีย์ บุหัวเสา บุพระพุทธปรางค์ เป็นต้น
- งานบุประเภทพระพุทธปฏิมา เช่น บุพระพุทธรูปอย่างพระศรีสรรเพชญ์ สมัยอยุธยา และบุพระพิมพ์ เป็นต้น
- งานบุประเภทราชภัณฑ์ เช่น บุษบก พระที่นั่ง ฐานพระเบญจา พระลองประกอบพระโกศ พระแท่นราชบัลลังก์ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชูปโภค เป็นต้น
- งานบุประเภทเครื่องใช้ เช่น ขันน้ำพานรอง ถาด เป็นต้น

แหล่งงานของช่างบุ
แหล่งที่มีงานของช่างบุ ได้แก่ ตำบลบ้านบุ ในคลองบางกอกน้อยอยู่ทางแถบวัดสุวรรณาราม ทำอาชีพช่างบุขันและภาชนะต่าง ๆ เช่น กระทะทอง ถาดทองเหลือง ขันน้ำพานรอง เป็นต้น ตำบลบ้านบาตร ใกล้วัดสระเกศ

บ้านบุ
ตำบลบ้านบุ เป็นแหล่งทำขันแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร มีชุมชนโบราณคือ ชุมชนบ้านบุ ที่มาของชื่อบ้านบุตั้งขึ้นตามอาชีพสำคัญของชาวบ้าน เพราะชุมชนแห่งนี้เคยเป็นหมู่บ้านของช่างทำภาชนะขันลงหินหรือเครื่องบุ หรือเครื่องทองลงหิน ซึ่งคำว่า “ลงหิน” เป็นชื่อเรียกขั้นตอนต่อจากการตีขึ้นรูปคือ การขัดผิวโลหะด้วยหินลับมีดโกนซึ่งเลิกใช้แล้ว ปัจจุบันใช้เครื่องขัดมอเตอร์แทน
สำหรับขั้นตอนการทำขันลงหินนั้น เริ่มจากนำโลหะ 3 ชนิดคือ ทองแดง ดีบุก และทองม้าล่อ (หรือทองฉาบ เป็นเครื่องดนตรีประเภทตีของจีน) ใส่ลงในเบ้าหลอมให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเทออกมาเป็นแผ่นกลม จึงนำมาตีแผ่ขึ้นรูปด้วยค้อนขนาดใหญ่ เมื่อตีเป็นรูปขันแล้วก็นำมาตีลายแต่งรอบ ๆ พร้อมตะไบปาก นำไปกลึงขัดผิวให้เรียบเสมอกันและขัดเงา
 
 
บ้านบาตร
ตำบลบ้านบาตร เป็นแหล่งทำบาตรด้วยมือเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย มีชุมชนบ้านบาตรอยู่ริมถนนบำรุงเมือง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
วิธีการทำบาตรของช่างบ้านบาตรเป็นการทำบาตรเหล็กตามกรรมวิธีดั้งเดิมด้วยหลักการต่อเหล็กและตีขึ้นรูปบาตรด้วยมือ เริ่มจากการตีเหล็กเส้นเป็นขอบบาตร ทำตัวบาตรโดยนำเหล็กแผ่นหนาตัดเป็นรูปกากบาทแล้วนำมาดัดโค้งเป็นโครงบาตร เรียกว่า “กงบาตร” ต่อไปเป็นการติดกงคือการประกอบเหล็กหน้าวัว 4 ชิ้นเข้ากับกงบาตร จะได้บาตรที่มีรอยตะเข็บ 8 ชิ้น ซึ่งต้องประสานรอบตะเข็บให้เป็นเนื้อเดียวกันด้วยการเป่าแล่น โดยโรยผงทองแดงที่ผสมกับน้ำประสานทองบนตะเข็บรอยต่อของบาตร นำไปเผาไฟจนสุกเรียกว่า “แล่นบาตร” ขั้นต่อไปเป็นขั้นตอนการตี เริ่มจากตีบาตรบนกะล่อนเพื่อยุบมุมลบเหลี่ยมของบาตร ตีลายบนทั่งไม้เพื่อให้รูปทรงที่ต้องการ นำไปเจียและตะไบตกแต่งให้เรียบร้อย แล้วบ่มหรือรมควันเพื่อป้องกันสนิม
นอกจากบ้านบุและบ้านบาตรแล้ว  ยังมีชุมชนช่างบ้านตีทองและบ้านช่างทองผลิตทองคำเปลว ซึ่งปัจจุบันเหลือปรากฏเป็นชื่อถนนตีทอง แต่ไม่มีการทำทองคำเปลวอีกต่อไป
การตีทองคำเปลวมีอยู่บริเวณย่านวัดคฤหบดี โดยขั้นตอนแรกคือ รีดทองคำแท่งเป็นแผ่นบาง แล้วนำมา “รอน” คือตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาด 1x1 เซนติเมตร ต่อมานำชิ้นทองเรียงลงบนกระดาษแก้ววางซ้อนกันราว 800-1,000 แผ่นใสใน “กุบ” ซึ่งทำจากหนังวัวหรือหนังกวาง ขั้นตอนการตีทองเป็นการตีกุบด้วยคอนให้ชิ้นทองแผ่ขยายขนาดปากถ้วยกาแฟ แล้วถ่ายทองลงกระดาษแก้วที่ขนาดใหญ่กว่าเดิม 2 เท่า เรียงเป็นชั้นลงใน “ฝักทอง” เป็นปลอกหน้าวัวเหมือนกุบแต่ใหญ่กว่า ตีที่ฝักทองจนแผ่นทองคำแผ่ออกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้วถือเป็นขนาดพอดีแล้ว ตัดทองเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดต่าง ๆ ด้วยไม้รวกหรือผิวไม้ซางเพื่อจำหน่ายต่อไป ส่วนบ้านเนินเป็นแหล่งหัตถกรรมทำฆ้องวงที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากบ้านบุ เนื่องจากการทำฆ้องวงเป็นงานสำริดอีกรูปแบบหนึ่งที่พัฒนามาจากการตีขันของบ้านบุ เริ่มต้นทำเหมือนการทำขันทุกอย่างต่างกันตอนตีขึ้นรูปฆ้อง เมื่อตีได้ที่และนำไปแช่น้ำจนเนื้อสำริดแข็งตัวแล้ว นำมาเจียระไนและขัดเงาด้วยมอเตอร์จนเรียบและเงางาม









สงวนลิขสิทธิ์โดย © ฐานข้อมูลช่างสิบหมู่ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2009-09-05 (2062 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ชั้น 9 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ ๐-๒๒๑๘-๗๔๙๕ โทรสาร ๐-๒๒๕๕-๕๑๖๐ e-mail: thstudies@chula.ac.th
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที
:: fiapplepink 2.10 phpbb2 style by Daz :: PHP-Nuke theme by coldblooded www.nukemods.com :: Thai Edition by ThaiNuke.org ::